ผลการประเมินหมวดความโปร่งใสและความรับผิด

ผลการประเมินหมวดความโปร่งใสและความรับผิด พบว่า ธนาคารทุกแห่งได้คะแนนในหมวดนี้ โดยคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 2.21 คะแนน ในปี พ.ศ. 2567 เป็น 2.26 คะแนน ในปี พ.ศ. 2568 (เพิ่มขึ้น 0.05 คะแนน) โดยมีสาเหตุหลักจากการปรับปรุงเกณฑ์การให้คะแนนตามเกณฑ์ FFGI 2025 และธนาคารหลายแห่งปรับปรุงนโยบายให้สอดคล้องกับเกณฑ์การประเมินมากขึ้น ส่งผลให้คะแนนโดยรวมปรับตัวดีขึ้น ดังนี้

ข้อ 6 มีการปรับปรุงวิธีการให้คะแนน โดยหากธนาคารเปิดเผยข้อมูลพอร์ตสินเชื่อตามภูมิภาค ขนาด หรืออุตสาหกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็จะได้คะแนนพื้นฐาน ส่งผลให้ธนาคาร 4 แห่ง ซึ่งเปิดเผยข้อมูลเช่นเดียวกับปีก่อน ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารทหารไทยธนชาต ซึ่งเปิดเผยข้อมูลพอร์ตสินเชื่อตามอุตสาหกรรม และธนาคารกรุงศรีอยุธยา ซึ่งเปิดเผยข้อมูลพอร์ตสินเชื่อตามขนาดธุรกิจของลูกค้า ได้คะแนนพื้นฐานเป็นปีแรก
ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกสิกรไทย ได้คะแนนข้อ 8 จากการเปิดเผยจำนวนบริษัทที่ บลจ. ในเครือของธนาคาร เคยมีส่วนร่วมในประเด็นด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม

ธนาคารเกียรตินาคินภัทรได้คะแนนพื้นฐาน เนื่องจากการเปิดเผยข้อมูลยังจำกัดเฉพาะประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้น ขณะที่ธนาคารทหารไทยธนชาต และธนาคารกรุงศรีอยุธยาได้คะแนนพื้นฐาน จากการเปิดเผยจำนวนบริษัท (ลูกค้า) ที่เคยมีส่วนร่วมกับธนาคารในการอบรมประเด็นด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม 
บลจ. ในเครือของธนาคารกสิกรไทย ยังเป็น บลจ. เพียงแห่งเดียวที่มีการเปิดเผยชื่อบริษัท ประเด็นสำคัญ เหตุผลในการเข้าพบ และผลการหารือที่เคยมีส่วนร่วมด้วยในประเด็นสังคมและสิ่งแวดล้อม ในรายงานการปฏิบัติตามนโยบายการลงทุนอย่างมีธรรมาภิบาล ประจำปี พ.ศ. 2567 ทำให้ได้คะแนนในข้อ 9 - 10
ข้อ 14 มีการปรับปรุงวิธีการให้คะแนน โดยหากธนาคารเปิดเผยรายงานความยั่งยืน แม้รายงานดังกล่าวจะไม่อ้างอิงมาตรฐานสากล เช่น GRI Universal Standards ก็จะได้คะแนนพื้นฐาน ส่งผลให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรได้คะแนนพื้นฐานเป็นปีแรก จากการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนในรายงานประจำปีแบบ 56-1 One Report

ธนาคารเกียรตินาคินภัทรได้คะแนนเป็นปีแรกจากการจัดให้มีการตรวจทานรายงานความยั่งยืนโดยบุคคลที่สาม (ข้อ 15)


หมวดความโปร่งใสและความรับผิดประเมินตามเกณฑ์ประกอบด้วย 23 ข้อดังต่อไปนี้

หัวข้อต่อไปนี้ใช้ประเมินนโยบายระดับปฏิบัติการของสถาบันการเงิน

1. สถาบันการเงินอธิบายกรอบการออกเงินสนับสนุนและการลงทุนขององค์กร ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นทางสังคมและสิ่งแวดล้อม และอธิบายว่าองค์กรจะมั่นใจได้อย่างไรว่าการลงทุนเป็นไปตามเงื่อนไขในนโยบายขององค์กร

2. สถาบันการเงินเผยแพร่ชื่อของบริษัทที่ตนไปลงทุน

3. สถาบันการเงินเปิดเผยรายชื่อบริษัทที่ปล่อยสินเชื่อใหม่ในปีที่ผ่านมา บนเว็บไซต์ของสถาบันการเงิน

4. สถาบันการเงินเปิดเผยรายชื่อบริษัทที่ปล่อยสินเชื่อทั้งหมด (เก่าและใหม่) บนเว็บไซต์ของสถาบันการเงิน

5. สถาบันการเงินเผยแพร่ชื่อสินเชื่อโครงการ (project finance) และสินเชื่อธุรกิจทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับโครงการ รวมถึงข้อมูลที่กำหนดในมาตรฐานอีเควเตอร์ (Equator Principles 4)

6. สถาบันการเงินเผยแพร่พอร์ตสินเชื่อตามภูมิภาค ขนาด และอุตสาหกรรม

7. สถาบันการเงินตีพิมพ์เผยแพร่พอร์ตสินเชื่ออย่างละเอียด เช่น โดยใช้มาตรฐานการเผยแพร่ข้อมูลสองหลักแรกของ NACE และ ISIC

8. สถาบันการเงินเผยแพร่จำนวนบริษัทที่องค์กรเคยมีส่วนร่วมด้วยในประเด็นสังคมและสิ่งแวดล้อม

9. สถาบันการเงินเผยแพร่ชื่อบริษัทที่องค์กรเคยมีส่วนร่วมด้วยในประเด็นสังคมและสิ่งแวดล้อม

10. สถาบันการเงินเผยแพร่ผลของการมีส่วนร่วมในประเด็นสังคมและสิ่งแวดล้อมตามข้อ 9. รวมถึงหัวข้อ เป้าหมาย และเส้นตาย

11. สถาบันการเงินเผยแพร่ชื่อของบริษัทที่ตัดสินใจไม่ลงทุนและไม่ให้การสนับสนุนทางการเงินเนื่องจากประเด็นด้านความยั่งยืน รวมถึงเผยแพร่เหตุผลที่ไม่ลงทุนและไม่ให้การสนับสนุนทางการเงิน

12. สถาบันการเงินเปิดเผยนโยบายการออกเสียง ซึ่งรวมคำอธิบายว่าบูรณาการประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างไร ในการตัดสินใจออกเสียง

13. สถาบันการเงินเผยแพร่สถิติการออกเสียง

14. สถาบันการเงินเผยแพร่รายงานความยั่งยืนที่สอดคล้องกับกรอบการรายงานด้านความยั่งยืนที่เป็นที่ยอมรับ

15. รายงานความยั่งยืนของสถาบันการเงินได้รับการตรวจทานจากบุคคลที่สาม

16. สถาบันการเงินรายงานการปรึกษาหารือกับองค์กรภาคประชาสังคมและผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มอื่น ๆ

17. สถาบันการเงินเปิดเผยการจำแนกสินทรัพย์ แบ่งเป็นสินทรัพย์ที่บริหารภายใน และสินทรัพย์ที่บริหารโดยบุคคลภายนอก

18. สถาบันการเงินเปิดเผยรายชื่อของผู้บริหารสินทรัพย์ภายนอก

19. สถาบันการเงินจัดตั้งกลไกเพื่อสร้างหลักประกันว่า ผู้บริหารสินทรัพย์ภายนอกจะมีส่วนร่วมกับบริษัทที่เข้าไปลงทุนและออกเสียงในฐานะผู้ถือหุ้น ตามนโยบายความยั่งยืนของสถาบันการเงิน

20. สถาบันการเงินมีกลไกรับเรื่องร้องเรียนสำหรับปัจเจกบุคคลและชุมชนที่อาจได้รับผลกระทบทางลบจากกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงิน และกลไกนั้นรวมถึงกิจกรรมที่สถาบันการเงินให้การสนับสนุนทางการเงินด้วย

21. สถาบันการเงินมีกลไกรับเรื่องร้องเรียนที่เข้าถึงได้ง่าย และอธิบายกระบวนการรับมือกับข้อร้องเรียนอย่างชัดเจน

22. สถาบันการเงินรายงานความคืบหน้าและผลลัพธ์ของกลไกรับเรื่องร้องเรียน หรือกลไกรับเรื่องร้องเรียนที่เปิดให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอกธนาคารเข้าถึงได้

23. สถาบันการเงินต้องเคารพและยินดีให้ความร่วมมือในกระบวนการร้องทุกข์ที่เกิดขึ้นในรัฐ ทั้งที่มีและไม่มีการพิจารณาคดี เมื่อกรณีที่สถาบันการเงินมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยต้องเข้าสู่กระบวนการร้องทุกข์ดังกล่าว