ผลการประเมินหมวดการขยายบริการทางการเงิน พบว่า ธนาคารทุกแห่งได้คะแนนในหมวดนี้ โดยคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 6.80 คะแนน ในปี พ.ศ. 2567 เป็น 6.96 คะแนน (เพิ่มขึ้น 0.16 คะแนน) ในปี พ.ศ. 2568
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เป็นธนาคารเดียวที่ได้คะแนนเต็มในข้อ 8 จากการไม่กำหนดเงินคงเหลือในบัญชีขั้นต่ำ และไม่กำหนดจำนวนเงินขั้นต่ำในการเปิดบัญชี ขณะที่ธนาคาร 7 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารทหารไทยธนชาต ธนาคารทิสโก้ และธนาคารเกียรตินาคินภัทร ไม่กำหนดเงินคงเหลือในบัญชีขั้นต่ำ สำหรับบัญชีเงินฝากพื้นฐาน โดยมีเงื่อนไขคือ บัญชีต้องมีการเคลื่อนไหวภายใน 1 ปี ทำให้ได้คะแนนพื้นฐาน
ธนาคารทุกแห่งได้คะแนนจากการมีบริการรับหรือโอนเงินที่สะดวกสำหรับลูกค้าทุกกลุ่ม รวมถึงกลุ่มที่ไม่มีความรู้เรื่องเทคโนโลยีดิจิทัลด้วย (ข้อ 10) อย่างไรก็ตาม มีธนาคารเพียง 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารทหารไทยธนชาต ธนาคารออมสิน และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ที่ได้คะแนนเต็ม โดยธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารทหารไทยธนชาต มีนโยบายไม่คิดค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมผ่านตู้ ATM และธุรกรรมออนไลน์ ธนาคารออมสินไม่คิดค่าธรรมเนียมผ่านการทำธุรกรรมออนไลน์ และคิดค่าธรรมเนียมร้อยละ 1 จากการใช้ตู้ ATM ของธนาคาร และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทยคิดค่าธรรมเนียมร้อยละ 0.1 จากการดำเนินธุรกรรมนอกเขตสำนักหักบัญชี และละเว้นค่าธรรมเนียมในการดำเนินธุรกรรมในเขตสำนักหักบัญชี
ธนาคารอีก 7 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารทิสโก้ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ได้คะแนนพื้นฐาน เนื่องจากธนาคารยกเว้นค่าธรรมเนียมบริการโอนเงินผ่านระบบออนไลน์เท่านั้น แต่ยังมีการคิดค่าธรรมเนียมในอัตราร้อยละ 5 สำหรับบริการรับและโอนเงินในช่องทาง ATM และเคาน์เตอร์ธนาคาร ซึ่งไม่สอดคล้องกับที่เกณฑ์กำหนด
ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารทหารไทยธนชาต ได้คะแนนจากการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้กับผู้มีรายได้น้อย (ข้อ 11) โดยธนาคารกรุงเทพ และธนาคารกสิกรไทย ได้คะแนนเต็มเนื่องจากสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยครอบคลุมทุกกลุ่ม ขณะที่ธนาคารทหารไทยธนชาตได้คะแนนพื้นฐาน เนื่องจากสินเชื่อดังกล่าวครอบคลุมเฉพาะกลุ่มคู่รักเพศเดียวกัน (LGBTQ+) เท่านั้น
ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารทหารไทยธนชาต ได้คะแนนจากการมีผลิตภัณฑ์และบริการที่ช่วยให้สตรีและผู้ประกอบการสตรีเข้าถึงการเงินและบริการของธนาคารได้มากขึ้น (ข้อ 12) โดยธนาคารไทยพาณิชย์ได้คะแนนเต็มจากการมีผลิตภัณฑ์ “สินเชื่อเพื่อโลก เพื่อเรา (Green Forward)” ซึ่งเป็นสินเชื่อสำหรับธุรกิจที่มีผู้ประกอบการที่เป็นผู้หญิงถือหุ้นมากกว่าร้อยละ 50 โดยมีอัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบคงที่ (MRR) อยู่ที่ร้อยละ -0.5 ถึง ร้อยละ 2.5 ต่อปี และธนาคารกรุงศรีอยุธยาได้คะแนนเต็มจากการมีพันธบัตรสำหรับผู้ประกอบการหญิงในวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Krungsri Women SME Bond) ขณะที่ธนาคารทหารไทยธนชาต ได้รับคะแนนพื้นฐานจากการมีนโยบายสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับคู่รักเพศเดียวกันที่มีรายได้น้อย