ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2561 สมาชิกประกอบด้วยบริษัทวิจัย 1 บริษัท และองค์กรภาคประชาสังคม 4 องค์กร ที่มีความสนใจร่วมกันในการติดตามผลกระทบและความท้าทายของธุรกิจธนาคาร และประสงค์จะร่วมกันผลักดันภาคธนาคารไทยให้ก้าวสู่แนวคิดและวิถีปฏิบัติของ “การธนาคารที่ยั่งยืน” (sustainable banking) อย่างแท้จริง ผ่านการนำมาตรฐาน Fair Finance Guide International (แนวปฏิบัติของแนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมนานาชาติ เว็บไซต์ www.fairfinanceguide.org) มาใช้ในการประเมินนโยบายด้านต่าง ๆ ของธนาคารพาณิชย์ไทยที่เปิดเผยสู่สาธารณะ เริ่มจากปี พ.ศ. 2562 เป็นปีแรก
การประเมินนโยบายของธนาคารไทย 11 แห่ง ประจำปี พ.ศ. 2568 พบว่าคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 28.36% ในปี พ.ศ. 2567 เป็น 28.84% ในปี พ.ศ. 2568 สำหรับธนาคารที่ได้คะแนนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ธนาคารทหารไทยธนชาต (40.75%) ธนาคารไทยพาณิชย์ (38.95%) ธนาคารกสิกรไทย (38.47%) ธนาคารกรุงไทย (30.09%) และธนาคารกรุงเทพ (28.97%) โดยหากพิจารณาเฉพาะคะแนนของธนาคารพาณิชย์ 8 แห่ง พบว่า ธนาคารพาณิชย์ในภาพรวมมีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 31.06% ในปี พ.ศ. 2567 เป็น 31.52% ในปี พ.ศ. 2568 ขณะที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ 3 แห่ง พบว่า คะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเช่นกันจาก 21.15% ในปี พ.ศ. 2567 เป็น 21.71% ในปี พ.ศ. 2568
วันที่ 18 สิงหาคม 2568 Fair Finance Thailand ได้ส่งจดหมายถึงธนาคารไทยเพื่อแสดงความกังวลและตั้งคำถามถึงการประเมินผลกระทบของโครงการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำปากแบง
Taxonomy ที่ไม่รัดกุมมากพอตามมาตรฐานสากลอาจสุ่มเสี่ยงต่อการ 'ฟอกเขียว'
ตัวแทนนักวิจัย Fair Finance Thailand นำเสนองานศึกษาหัวข้อ “การบรรลุการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่ยุติธรรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้: กรณีศึกษาจากประเทศไทย” ในงาน ICPP 2025
ในยุคที่ประเทศต่างๆ ทั่วโลกจำเป็นต้องเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเร่งด่วนเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวน (climate change) ซึ่งทวีความรุนแรงและเร่งด่วนอย่างต่อเนื่อง สถาบันการเงินในฐานะผู้จัดสรรเงินทุนหลักให้กับภาคธุรกิจมีบทบาทที่ขาดไม่ได้ ผ่านการเน้นการสนับสนุนทางการเงินแก่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ ลดการสนับสนุนทางการเงินแก่ธุรกิจคาร์บอนสูง และสนับสนุนให้ลูกค้าธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตแบบคาร์บอนต่ำ ยังไม่นับว่าสถาบันการเงินเองก็เผชิญความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศไม่ต่างจากองค์กรอื่นๆ
แนวคิด “just energy transition” หรือ “การเปลี่ยนผ่านพลังงานที่ยุติธรรม” กำลังถูกนำเสนอเป็นกรอบคิดในการออกแบบและจัดการการเปลี่ยนผ่านพลังงานในแต่ละประเทศ ซึ่งหลักการดังกล่าวควรนำมาใช้ในการพัฒนาและปรับปรุง การจัดกลุ่มกิจกรรมสีเขียวตามนิยามเดียวกัน หรือ Thailand Taxonomy ที่ครอบคลุมกิจกรรมในภาคพลังงานและขนส่ง เพื่อให้ Thailand Taxonomy เป็นเครื่องมือที่สามารถใช้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่ยุติธรรมในประเทศไทย
ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดิจิทัลในปัจจุบัน ประกอบกับพฤติกรรมของผู้บริโภคทั่วโลกที่มีแนวโน้มจะทำธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัลมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการ ‘ฟินเทค’ (FinTech) ถูกคาดหวังจากหลายภาคส่วนว่าจะสามารถขยายการให้บริการทางการเงิน (financial inclusion) ไปยังกลุ่มคนที่เข้าไม่ถึงการเงินในระบบ อย่างไรก็ตามในความเป็นจริง ผู้ประกอบการฟินเทคในไทยยังต้องเผชิญกับความท้าทายอยู่หลายประการด้วยกัน
"โครงการเขื่อนหลวงพระบางบนแม่น้ำโขงสายประธาน" กำลังการผลิต 1460 เมกะวัตต์ เป็นหนึ่งในสี่เขื่อนที่ กฟผ. ของไทยจะทำสัญญาซื้อไฟฟ้า โดยมีผู้พัฒนาโครงการคือ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ ร่วมกับบริษัท ปิโตรเวียดนาม และอาจมีธนาคารของไทยร่วมเป็นผู้ให้เงินกู้ยืมในการลงทุนครั้งนี้ ที่ตั้งของเขื่อนอยู่เหนือเมืองหลวงพระบางขึ้นไปราว 25 กิโลเมตร ท่ามกลางความกังวลถึงผลกระทบต่อเมืองหลวงพระบาง เมืองมรดกโลก (World Heritage Site) ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน ความจำเป็นด้านพลังงานของไทยและความเสี่ยงอื่นๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น