ผลการประเมินหมวดความเท่าเทียมทางเพศ พบว่า คะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 1.75 คะแนน ในปี พ.ศ. 2567 เป็น 2.05 คะแนน ในปี พ.ศ. 2568 (เพิ่มขึ้น 0.30 คะแนน) โดยมีธนาคาร 6 แห่ง จาก 11 แห่ง ได้คะแนนเพิ่มขึ้น ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารทหารไทยธนชาต ธนาคารทิสโก้ และธนาคารไทยพาณิชย์
ธนาคารกรุงศรีอยุธยาเป็นธนาคารที่มีคะแนนเพิ่มขึ้นมากที่สุด เนื่องจากธนาคารประกาศรับหลักการเสริมสร้างศักยภาพสตรี (The Women's Empowerment Principles: WEPs) ซึ่งเป็นคำแนะนำสำหรับภาคธุรกิจเพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศและการเสริมพลังสตรีในสถานที่ทำงาน ธุรกิจ และชุมชน จัดทำโดย UN Women และ UN Global Compact ทำให้ธนาคารกรุงศรีอยุธยาได้คะแนนอัตโนมัติในการประกาศนโยบายแสดงความมุ่งมั่นต่อสาธารณะด้านความเท่าเทียมทางเพศและการเสริมพลังสตรีในกลยุทธ์ทางธุรกิจ (ข้อ 1) การจัดฝึกอบรมเรื่องอคติทางเพศและการเลือกปฏิบัติระหว่างเพศในสถานที่ทำงาน (ข้อ 2) การบริหารการจ่ายค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรม (equal remuneration) แบบเชิงรุก (ข้อ 3) การมีโครงการพัฒนาศักยภาพในสายอาชีพสำหรับพนักงาน เพื่อส่งเสริมให้สตรีเข้าถึงตำแหน่งบริหารและกรรมการบริษัทอย่างเท่าเทียม (ข้อ 6) และการแสดงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนชีวิตครอบครัวและสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวกับการทำงานของพนักงาน (ข้อ 7) นอกจากนี้ ธนาคารกรุงศรีอยุธยาเป็นธนาคารเดียวที่มีการเปิดเผยสัดส่วนการให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ธุรกิจที่มีผู้หญิงเป็นเจ้าของ ได้แก่ สินเชื่อจากพันธบัตรเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการสตรี (Krungsri Women SME Bond) เทียบกับการสนับสนุนทางการเงินแก่ MSMEs ทั้งหมด (ข้อ 8)
ธนาคารทุกแห่งได้คะแนนจากการประกาศแสดงความมุ่งมั่นต่อสาธารณะด้านความเท่าเทียมทางเพศ (ข้อ 1) อย่างไรก็ตาม ธนาคารเกียรตินาคินภัทรได้คะแนนพื้นฐาน เนื่องจากการประกาศนโยบายดังกล่าวไม่ครอบคลุมถึงการไม่ยอมรับการล่วงละเมิด การคุกคาม และการเลือกปฏิบัติทางเพศทุกรูปแบบ (zero tolerance) ดังเช่นธนาคารอื่น ๆ
ธนาคาร 8 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารเกียรตินาคินภัทร ธนาคารทหารไทยธนชาต ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารออมสิน ประกาศนโยบายสนับสนุนการดูแลเด็กและการดูแลครอบครัว เช่น เงินช่วยเหลือดูแลบุตร เงินสนับสนุนการศึกษาบุตร หรือการบริการห้องให้นมบุตรในสำนักงาน (ข้อ 7) รวมไปถึงการให้สวัสดิการการลาเพื่อทำหน้าที่บิดามารดาแก่พนักงาน ขณะที่ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทยได้คะแนนพื้นฐานเนื่องจากประกาศนโยบายให้สิทธิพนักงานลาเพื่อทำหน้าที่บิดามารดา อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยการสนับสนุนสวัสดิการการดูแลบุตรอื่น ๆ ด้วย
ธนาคารออมสินเป็นธนาคารเดียวที่มีสัดส่วนผู้หญิงในตำแหน่งคณะกรรมการบริหาร และผู้บริหารระดับสูงมากกว่าร้อยละ 40 ในขณะที่ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทยมีสัดส่วนผู้หญิงในตำแหน่งคณะกรรมการธนาคาร คณะกรรมการบริหาร และผู้บริหารระดับสูงมากกว่าร้อยละ 30 แต่ไม่ถึงร้อยละ 40 ในสองตำแหน่งหลัง ทำให้ธนาคารทั้งสองแห่งได้คะแนนพื้นฐานในข้อ 5
ธนาคารกสิกรไทยเป็นธนาคารเพียงแห่งเดียวที่ประกาศอัตราความก้าวหน้าของผู้บริหารหญิงระดับกลางสู่การเป็นผู้บริหารระดับสูง อย่างไรก็ตาม ธนาคารไม่ได้เปิดเผยว่ามีโครงการพัฒนาศักยภาพในสายอาชีพสำหรับพนักงานในการส่งเสริมผู้หญิงเพื่อให้เข้าถึงตำแหน่งบริหารและกรรมการบริษัทอย่างเท่าเทียมด้วยหรือไม่ ทำให้ธนาคารกสิกรไทยได้คะแนนพื้นฐานในข้อ 6
ธนาคารทหารไทยธนชาต และธนาคารไทยพาณิชย์ ได้คะแนนในข้อ 11 โดยธนาคารทหารไทยธนชาตได้คะแนนจากการที่เป็นธนาคารเพียงแห่งเดียวที่มีนโยบายกำหนดให้ลูกค้าต้องมีการจ้างงานที่ให้โอกาส ค่าแรง และผลตอบแทนแก่แรงงานอย่างเท่าเทียมกันโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติทางเพศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าลูกค้าต้องมีการบริหารการจ่ายค่าตอบแทนที่เป็นธรรม จึงทำให้ได้คะแนนในข้อนี้บางส่วน ขณะที่ธนาคารไทยพาณิชย์ได้คะแนนจากการเข้าร่วมเป็นสมาชิกสมาคมอีเควเตอร์ หรือ Equator Principles (EPs) Association โดย EPs เป็นกรอบการบริหารความเสี่ยงสำหรับสถาบันการเงินที่ได้ชี้แนะแนวทางในการ “ระบุ ประเมิน และจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม” สำหรับสินเชื่อโครงการ ทั้งนี้ การเข้าร่วมดังกล่าว ส่งผลให้ธนาคารต้องปฏิบัติตามแนวปฏิบัติของบริษัทเงินทุนระหว่างประเทศ (IFC) ในด้านมาตรฐานการดำเนินงานด้านความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม (Performance Standard: PS) ซึ่งระบุถึงการกำหนดแนวปฏิบัติของธนาคารต่อลูกค้าในประเด็น การจ้างงานบนพื้นฐานของโอกาสที่เท่าเทียมกันและการปฏิบัติที่เป็นธรรม และการไม่เลือกปฏิบัติในด้านใด ๆ ของความสัมพันธ์ในการจ้างงาน ซึ่งรวมถึงความเท่าเทียมและเป็นธรรมในค่าตอบแทนซึ่งรวมถึงค่าจ้างและสวัสดิการ