1. สถาบันการเงินกำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรทั้งทางตรงและทางอ้อม ที่สามารถวัดได้ ซึ่งสอดคล้องกับการจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส
หัวข้อต่อไปนี้สำคัญสำหรับนโยบายเกี่ยวกับการจัดการพอร์ตสินเชื่อและพอร์ตการลงทุนของสถาบันการเงิน
2. สถาบันการเงินเปิดเผยปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 1 และ 2 แบบสัมบูรณ์ (absolute) ที่เชื่อมโยงกับพอร์ตทั้งหมดที่สถาบันการเงินให้การสนับสนุนทางการเงินหรือลงทุน(absolute) ที่เชื่อมโยงกับพอร์ตทั้งหมดที่สถาบันการเงินให้การสนับสนุนทางการเงินหรือลงทุน
3. สถาบันการเงินเปิดเผยปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 1 2 และ 3 แบบสัมบูรณ์ (absolute) ที่เชื่อมโยงกับพอร์ตทั้งหมดที่สถาบันการเงินให้การสนับสนุนทางการเงินหรือลงทุน
4. สำหรับสินเชื่อโครงการขนาดใหญ่ สถาบันการเงินประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมโดยใช้ข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ (climate risks) เป็นข้อมูลประกอบการประเมิน
5. สถาบันการเงินกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกที่วัดได้แบบสัมบูรณ์ (absolute) ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ที่สอดคล้องกับการจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยโลกไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียส สำหรับพอร์ตที่สถาบันการเงินให้การสนับสนุนหรือลงทุน
6. สถาบันการเงินกำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในพอร์ตสินเชื่อเป็นรายอุตสาหกรรม ซึ่งสอดคล้องกับการจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยโลกไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียส
7. สถาบันการเงินวัดและเปิดเผยผลกระทบที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตาม IFRS S2 Climate-related Disclosures หรือตามแนวทางที่แนะนำโดย Task Force on Climate-related Financial Disclosures
หัวข้อต่อไปนี้สำคัญสำหรับนโยบายเกี่ยวกับเชื้อเพลิงฟอสซิล ของสถาบันการเงิน
8. สถาบันการเงินไม่ให้การสนับสนุนทางการเงิน และไม่ลงทุน กับบริษัทที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาเหมืองถ่านหินชนิดให้ความร้อน (thermal coal) แห่งใหม่
9. สถาบันการเงินไม่ให้การสนับสนุนทางการเงิน และไม่ลงทุน กับบริษัทที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่
10. สถาบันการเงินไม่ให้การสนับสนุนทางการเงิน และไม่ลงทุน กับบริษัทที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาเหมืองถ่านหินสำหรับถลุงโลหะ (metallurgical coal)
11. สถาบันการเงินไม่ให้การสนับสนุนทางการเงิน และไม่ลงทุน กับบริษัทที่มีธุรกิจเหมืองถ่านหินชนิดให้ความร้อน (thermal coal) มากกว่าร้อยละ 20 ของกิจกรรมทั้งหมดของบริษัท (เช่น วัดจากรายได้รวม)
12. สถาบันการเงินไม่ให้การสนับสนุนทางการเงิน และไม่ลงทุน กับบริษัทที่มีธุรกิจโรงไฟฟ้าถ่านหิน มากกว่าร้อยละ 20 ของกิจกรรมทั้งหมดของบริษัท (เช่น วัดจากรายได้รวม)
13. สถาบันการเงินไม่ให้การสนับสนุนทางการเงิน และไม่ลงทุน กับบริษัทที่ผลิตถ่านหินชนิดให้ความร้อน (thermal coal) มากกว่า 10 ล้านตันต่อปี และ/หรือมีกำลังผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินมากกว่า 5 กิกะวัตต์
14. สถาบันการเงินมีกลยุทธ์การยกเลิกการสนับสนุนถ่านหินที่มีกรอบเวลาชัดเจน และสอดคล้องกับการจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส
15. สถาบันการเงินไม่ให้การสนับสนุนทางการเงิน และไม่ลงทุนอย่างสิ้นเชิง กับบริษัทที่มีธุรกิจถ่านหินชนิดให้ความร้อน (thermal coal) และ/หรือ ธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน
16. บริษัทที่มีส่วนร่วมในการสำรวจและพัฒนาแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติแห่งใหม่ จะไม่ได้รับการลงทุนและการสนับสนุนทางการเงิน
17. สถาบันการเงินมีกลยุทธ์การยกเลิกการสนับสนุนน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่มีกรอบเวลาชัดเจน และสอดคล้องกับการจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส
18. สถาบันการเงินไม่ให้การสนับสนุนทางการเงิน และไม่ลงทุน กับบริษัทที่มีธุรกิจการสกัดน้ำมันจากทรายน้ำมัน (tar sands)
19. สถาบันการเงินไม่ให้การสนับสนุนทางการเงิน และไม่ลงทุน กับบริษัทที่มีธุรกิจขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติคิดเป็นรายได้มากกว่าร้อยละ 30 ของรายได้รวมของบริษัท
20. สถาบันการเงินไม่ให้การสนับสนุนทางการเงิน และไม่ลงทุน กับบริษัทที่ผลิตไฟฟ้าจากน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมากกว่าร้อยละ 30 ของปริมาณการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด
21. สถาบันการเงินไม่ให้การสนับสนุนทางการเงิน และไม่ลงทุนอย่างสิ้นเชิง กับบริษัทที่มีธุรกิจขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ และ/หรือการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิล