ผลการประเมินหมวดความหลากหลายทางชีวภาพ พบว่า คะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 1.41 คะแนน ในปี พ.ศ. 2567 เป็น 1.43 คะแนน ในปี พ.ศ. 2568 (เพิ่มขึ้น 0.02 คะแนน) โดยธนาคารหลายแห่งได้คะแนนเพิ่มขึ้น อาทิ
- ธนาคารกรุงไทย ได้คะแนนจากการประกาศสินเชื่อที่ธนาคารไม่ประสงค์ให้การสนับสนุนครอบคลุมธุรกิจที่ส่งผลกระทบด้านการทำลายสภาพแวดล้อมหรือบุกรุกทำลายระบบนิเวศหรือพื้นที่อนุรักษ์ทางวัฒนธรรมหรือโบราณสถานที่สำคัญ ได้แก่ พื้นที่คุ้มครองของ IUCN (ข้อ 3) พื้นที่แหล่งมรดกโลกขององค์การยูเนสโก (ข้อ 4) และพื้นที่อนุรักษ์ตามอนุสัญญาแรมซาร์ว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ (ข้อ 5) (ธนาคารเคยได้คะแนนในปี 2566 แต่ไม่พบเนื้อหานโยบายในปี 2567)
- ธนาคารกสิกรไทย ได้คะแนนข้อ 14 เป็นปีแรก และเป็นธนาคารเพียงแห่งเดียวที่มีนโยบายไม่ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่การทำเหมืองแร่ใต้ทะเลลึก
- ธนาคารเกียรตินาคินภัทร ได้คะแนนในหมวดนี้เป็นปีแรก โดยได้คะแนนเพิ่มขึ้นหลายข้อจากการกำหนดกรอบธุรกิจต้องห้ามที่ธนาคารจะไม่ให้การสนับสนุนกิจกรรมหรือการผลิตที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือเสื่อมโทรมของพื้นที่คุ้มครอง หรือถิ่นที่อยู่อาศัยที่มีความเปราะบาง ได้แก่ พื้นที่ที่มีคุณค่าด้านการอนุรักษ์สูง (High Conservation Value Area: HCV) (ข้อ 2) แหล่งมรดกโลกขององค์การยูเนสโก (ข้อ 4) และอนุสัญญาแรมซาร์ว่าด้วยพื้นที่ชุมน้ำ (ข้อ 5)
นอกจากนี้ FFGI 2025 ได้ปรับปรุงเกณฑ์การประเมินข้อ 6 ซึ่งระบุว่า ลูกค้าของธนาคารต้องป้องกันผลกระทบทางลบต่อพืชและสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ ตามเงื่อนไขในอนุสัญญา CITES และ IUCN เกณฑ์ข้อนี้เป็นการปรับปรุงเกณฑ์การประเมินสองข้อของ FFGI 2023 มาผนวกรวมกัน คือ ข้อ 6 (เดิม) ระบุว่า ลูกค้าของธนาคารต้องป้องกันผลกระทบทางลบต่อประชากรสัตว์ที่อยู่ในบัญชีแดงสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ของ IUCN และข้อ 7 (เดิม) ซึ่งระบุว่าการค้าพืชและสัตว์ใกล้สูญพันธุ์เป็นไปตามเงื่อนไขในอนุสัญญาไซเตส
ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารทหารไทยธนชาต ยังคงเปิดเผยนโยบายที่สอดคล้องกับเกณฑ์การประเมินเช่นเดียวกับปีก่อน กล่าวคือ ธนาคารกรุงเทพ และธนาคารทหารไทยธนชาต กำหนดรายการสินเชื่อต้องห้ามหรือกำหนดให้ลูกค้าป้องกันผลกระทบทางลบต่อพืชและสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ ตามเงื่อนไขในอนุสัญญา CITES และ IUCN ธนาคารไทยพาณิชย์ได้คะแนน เนื่องจากธนาคารรับหลักการ Equator Principles ซึ่งต้องปฏิบัติตาม IFC Performance Standards และธนาคารกสิกรไทยปรับปรุงรายการสินเชื่อต้องห้าม ซึ่งครอบคลุมการค้า การผลิตผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่าคุ้มครองภายใต้อนุสัญญา CITES รวมไปถึงบัญชีสายพันธุ์ใกล้สูญพันธุ์ของ IUCN จึงทำให้ได้คะแนนในข้อนี้เช่นเดียวกัน
ขณะที่ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารทิสโก้ และธนาคารเกียรตินาคินภัทร ได้คะแนนพื้นฐานในข้อนี้ เนื่องจากธนาคารทั้ง 4 แห่ง กำหนดประเภทของสินเชื่อที่ไม่ให้การสนับสนุนหรือกำหนดธุรกรรมที่ไม่รับพิจารณา กิจกรรมใด ๆ ที่ขัดต่อข้อกำหนดในอนุสัญญา CITES (ธนาคารทิสโก้ และธนาคารเกียรตินาคินภัทรได้คะแนนเป็นปีแรก)
สำหรับธนาคารที่ได้คะแนนในหมวดนี้ลดลงจากปีก่อน ได้แก่ ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารทหารไทยธนชาต เนื่องจากมีการยกเลิกเกณฑ์การประเมินที่ธนาคารเคยได้คะแนน ได้แก่ การกำหนดให้ลูกค้าป้องกันการนำชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน (invasive alien species) เข้าสู่ระบบนิเวศ (ข้อ 9 เดิม) นอกจากนี้ ในหมวดนี้มีการเพิ่มเกณฑ์การประเมินข้อใหม่ 3 ข้อ ได้แก่ การกำหนดให้ธนาคารไม่ยอมรับการขยายกำลังการผลิตพลาสติก (ข้อ 11) การกำหนดให้ลูกค้าของธนาคารในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องตามที่เกณฑ์กำหนดลดรอยเท้าพลาสติก (plastic footprint) (ข้อ 12) และเปิดเผยรอยเท้าพลาสติกอย่างโปร่งใส ซึ่งรวมถึงสัดส่วนการผลิต/การใช้พลาสติกใหม่ที่ผลิตจากพลังงานฟอสซิล (fossil-based virgin plastics) เทียบกับปริมาณการผลิต/การใช้พลาสติกทั้งหมด
(ข้อ 13) ซึ่งธนาคารทั้ง 2 แห่งข้างต้น รวมถึงธนาคารกรุงเทพ และธนาคารกรุงศรีอยุธยา ยังไม่ได้คะแนน ทำให้คะแนนในหมวดนี้ของธนาคารลดลง