ชะตากรรมคนบ้านแหลม: EIA ในกำมืออุตสาหกรรมฟอสซิล
ผู้เขียน สิริพรรณี สุปรัชญา
เป็นเรื่องน่าขันที่บทสนทนาเกี่ยวกับพลังงานในประเทศไทยยังคงวนเวียนอยู่กับการเปิดโครงการพลังงานฟอสซิลแห่งใหม่ เพิ่มการเผาผลาญ เพิ่มกำลังการผลิต ขณะที่โลกกำลังลุกไหม้และนานาชาติเริ่มเตรียมการรับมือกับความไม่แน่นอนของอุตสาหกรรมพลังงานฟอสซิล ทั้งนี้ รายงานฉบับใหม่จาก Global Energy Monitor (GEM) ชี้ว่า การพัฒนาแหล่งน้ำมันและก๊าซใช้เวลานานขึ้นเป็น 15.1 ปี เมื่อเทียบกับช่วงที่อุตสาหกรรมเฟื่องฟูในช่วงทศวรรษ ค.ศ. 1960–1980 ที่ใช้เวลาราว 4.9 ปี วงจรการพัฒนาที่ยาวนานขึ้นเป็นสามเท่านี้ หมายความว่ากลุ่มบริษัทพลังงานกำลังเดิมพันระยะยาวกับอนาคตที่ไม่แน่นอน เสี่ยงกับผลกระทบต่อระบบนิเวศ รวมถึงกฎหมายและอุปสงค์ที่เปลี่ยนแปลงไป
พื้นที่อ่าวไทยตอนบนของชายฝั่งอำเภอบ้านแหลม–ปากทะเลในจังหวัดเพชรบุรี นอกจากจะเป็นพื้นที่ทำกินของผู้ประกอบอาชีพเก่าแก่อย่างชาวนาเกลือ เป็นแหล่งผลิตเกลือสมุทรที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ เลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่น ยังเป็นจุดพักสำคัญในเส้นทางนกอพยพเอเชียตะวันออก–ออสเตรเลีย (East Asian–Australasian Flyway: EAAF) แต่ในอนาคตอันใกล้ พื้นที่แห่งนี้อาจไม่ใช่แหล่งที่นกและชุมชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันอีกต่อไป
บริษัท สยามกัลฟ์ปิโตรเคมีคัล จำกัด อยู่ระหว่างกระบวนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment: EIA) แผนก่อสร้างส่วนต่อขยายโรงแปรสภาพคอนเดนเสทและน้ำมันดิบ และโครงการหน่วยผลิตไฟฟ้าและไอน้ำมาเสริมสร้างประสิทธิภาพในการจ่ายไฟให้กับโรงกลั่นน้ำมันที่ขยายกำลังผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 6 เท่าจากของเดิมที่ก่อสร้างในปี 2547 แม้คนบ้านแหลมจะค้านว่าที่ผ่านมาไม่เคยได้รับประโยชน์ใดจากโครงการเลยก็ตาม
โดยส่วนต่อขยายโรงกลั่นน้ำมันมีกำหนดเริ่มก่อสร้างเดือนสิงหาคม ปี 2569 นี้ และหน่วยผลิตไฟฟ้าในปีถัดไป
24 ปีของนักสู้ที่สูญหาย ที่บ้านแหลมมีคนตาย
ในปี 2544 เมื่อชาวบ้านจากสี่ตำบลคือ บ้านแหลม บางขุนไทร ปากทะเลและแหลมผักเบี้ยทราบว่า มีบริษัทเอกชนมากว้านซื้อที่ดินชายฝั่งกว่า 6,200 ไร่ และจะมีการก่อสร้างโครงการโรงแปรสภาพคอนเดนเสทและน้ำมันดิบมูลค่ากว่าสองพันล้านบาท จึงได้รวมตัวกันคัดค้านในนาม “ชมรมอนุรักษ์ทะเลอำเภอบ้านแหลม”
บุญสม นิ่มน้อย หรือ วีระ คนพื้นที่ผู้ประกอบอาชีพค้าขายรับซื้อสัตว์น้ำ รับหน้าที่เป็นกรรมการชมรมฯ และแกนนำกลุ่มอนุรักษ์ดังกล่าว ซึ่งคอยแจ้งข่าวสารต่อชุมชนและล่ารายชื่อ รวมถึงประสานงานกิจกรรมอนุรักษ์ป่าชายเลนในบริบทต่างๆ ภายใต้ความร่วมมือกับหน่วยงานของภาครัฐ อีกทั้งได้รับความไว้วางใจในท้องถิ่นและได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลบางแก้ว
ทว่าในค่ำวันที่ 2 กันยายน 2545 ขณะขับจักรยานยนต์กลับจากการประชุมเรื่องยาเสพติดในชุมชนที่วัดคงคาราม บุญสมถูกยิงเสียชีวิตขณะอายุเพียง 45 ปี หลังศพของบุญสมตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่ได้ 10 วัน คนในชุมชนก็เชิญไปยังศาลากลางเพื่อเรียกร้องความยุติธรรม จนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้ก่อเหตุสองคนได้ในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตาม ศาลชั้นต้นได้พิจารณายกฟ้องเนื่องจากไม่มีหลักฐานเพียงพอ และผู้เห็นเหตุการณ์ถูกคุกคามจนไม่มีใครกล้าเป็นพยานคดี
หลังการเสียชีวิตของบุญสม สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลบางแก้วและแกนนำกลุ่มคัดค้านที่ยังเหลืออยู่ ได้ยื่นคำร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยใจความหลักระบุถึงผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการดังกล่าวที่มีต่อวิถีชีวิต การประกอบอาชีพ และสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ ต่อมารายงาน EIA ที่หละหลวม และความแตกแยกในชุมชน ทำให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมอบหมายให้คณะอนุกรรมการด้านพลังงานและอุตสาหกรรมเข้าตรวจสอบคำร้อง มีผลให้โครงการหยุดชะงักลงหลังจากนั้น
อย่างไรก็ตาม ในเดือนเมษายน ปี 2547 โครงการที่หยุดชะงักไปเกือบสองปีกลับได้รับการรับรองรายงาน EIA จากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เป็นที่เรียบร้อย และเดินหน้าก่อสร้างจนแล้วเสร็จ
เสียงคลื่นที่อาจหายไปของชุมชนบ้านแหลม
แล้วเพราะเหตุใด พื้นที่บ้านแหลม-ปากทะเล จึงเป็นที่หมายปองของทั้งคน นก และอุตสาหกรรม?
พื้นที่อ่าวไทยตอนบนเป็นพื้นที่ปากแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบไปด้วยหาดเลน นาเกลือ บ่อเลี้ยงกุ้ง และพื้นที่ราบชายฝั่งราว 800–1,000 ตารางกิโลเมตร ซึ่งแม้ว่าจะอยู่ห่างจากเมืองหลวงที่มีประชากรหนาแน่นอย่างกรุงเทพมหานครฯ เพียง 120–160 กิโลเมตร และได้รับผลกระทบจากอุตสาหกรรม แต่ด้วยนิเวศบริการของพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่งที่ช่วยลดผลกระทบโดยการกรองและดักจับตะกอนมลพิษในน้ำเสีย ทำให้บริเวณนี้ยังคงรักษาความสามารถในการเป็นพื้นที่เพาะปลูกข้าวที่สำคัญเอาไว้ได้ ส่วนพื้นที่อีกราว 40% ถูกใช้ประโยชน์โดยกลุ่มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและสาหร่าย
แม้ดูคล้ายจะรกร้างว่างเปล่าจนหลายครั้งตกเป็นเป้าหมายของกิจกรรมสร้างความยั่งยืนอย่างการปลูกป่าชายเลน (ที่เมื่อปลูกในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมต่อการงอกงามก็ตายเสียเปล่า) แต่หาดเลนก็เป็นระบบนิเวศที่อุดมไปด้วยสิ่งมีชีวิตหลากหลาย
ตะกอนดินจากแม่น้ำหลักทั้งห้าสายคือ บางปะกง เจ้าพระยา ท่าจีน แม่กลอง และเพชรบุรี ที่ไหลลงสู่อ่าวไทยตอนบนนำมาซึ่งความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ชายเลนปากแม่น้ำและนาเกลือ โดยพื้นที่ที่สามารถพบระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิตได้หลากหลายที่สุดนั้น อยู่ในบริเวณมุมตะวันตกเฉียงใต้ของอ่าวใกล้กับจังหวัดเพชรบุรีนี้เอง จากการสำรวจพื้นที่นาเกลือบ้านแหลมพบว่าเป็นแหล่งพักพิงระหว่างอพยพของนกชายเลนและนกน้ำไม่ต่ำกว่า 67 ชนิด หนึ่งในนั้นคือ นกชายเลนปากช้อน ที่มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่งตามบัญชีแดงองค์กรระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (The International Union for Conservation of Nature: IUCN) มีประชากรทั่วโลกหลงเหลืออยู่ราว 500 ตัวและมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ ทุกปี
นอกจากนี้ ยังพบนกหายากชนิดอื่น เช่น นกทะเลขาเขียวลายจุด นกน็อตใหญ่ นกยางจีน นกปากช้อนหน้าดำ นกซ่อมทะเลอกแดง ฯลฯ ซึ่งมีความเสี่ยงสูญพันธุ์ในระดับนานาชาติ แต่มักพบเจอได้ที่นี่เป็นประจำ จนนักดูนกทั่วโลกเต็มใจเดินทางมาชมดู ในช่วงฤดูเดียวกันเรายังสามารถพบนกล่าเหยื่อขนาดใหญ่ที่อพยพหนีหนาวได้ในบริเวณนาข้าวและพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด อาทิ นกอินทรีปีกลาย นกอินทรีทุ่งหญ้าสเต็ป นกอินทรีหัวไหล่ขาว และอ่าวไทยตอนบนยังเป็นหนึ่งในจุดที่สามารถชมพฤติกรรมตามธรรมชาติของวาฬแกลบหรือวาฬบรูด้า และโลมาอิรวดี ได้ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอีกด้วย
การศึกษาข้อมูลประชากรของนกโดยเฉพาะนกอพยพ จึงถือเป็นตัวบ่งชี้สำคัญของคุณภาพสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ ความเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างประชากรนกคือสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า ถ้าหากนกอยู่ไม่ได้ มนุษย์ก็ไม่อาจอยู่รอดเช่นกัน
ทรัพย์ในดิน สินในน้ำ พลังงานไทย
โรงงานแปรสภาพคอนเดนเสทและน้ำมันดิบที่ตำบลบางแก้วเริ่มดำเนินกิจการในปี 2547 รับน้ำมันดิบมากลั่นแยกเป็นผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมประเภทต่างๆ อาทิ ก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือ LPG, น้ำมันก๊าด, น้ำมันเตา และน้ำมันดีเซล โดยมีกำลังกลั่นสูงสุด 35,000 บาร์เรลต่อวัน
เอกสารประกอบการประชุมรับฟังความคิดเห็นฯ ของโครงการระบุว่า เนื่องจากความต้องการน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศมีแนวโน้มที่มากขึ้น โดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยวและการค้าการลงทุนในภูมิภาคอาเซียน จึงได้วางแผนปรับปรุงโครงการปัจจุบันเพื่อนำน้ำมันเตาที่ผลิตได้ในปัจจุบัน มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มน้ำมันเบนซินและดีเซลให้มากขึ้น เพิ่มผลิตภัณฑ์ในกลุ่มยางมะตอย เพิ่มขั้นตอนการปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ต่างๆ นอกจากนี้ มีแผนจะก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมันที่มีกำลังกลั่นสูงสุดต่อวัน 175,000 บาร์เรล เพิ่มขึ้นหนึ่งโรง (รวมเป็น 210,000 บาร์เรลต่อวัน) และเพื่อให้มีไฟฟ้าใช้เพียงพอต่อกำลังผลิตที่เพิ่มขึ้นเป็นหกเท่านี้ จึงจะดำเนินการสร้างหน่วยผลิตไฟฟ้าขนาด 90 เมกะวัตต์และผลิตไอน้ำสูงสุด 95 ตันต่อชั่วโมงขึ้นอีกหนึ่งแห่ง ขยายพื้นที่โครงการจากเดิม 136 ไร่ เป็น 386 ไร่ รวมมูลค่าหนึ่งแสนล้านบาท
นอกจากนี้ เอกสารดังกล่าวระบุว่า การเลือกสถานที่ตั้งโครงการส่วนขยายโรงกลั่นน้ำมันไว้ในบริเวณเดิม ทำให้สามารถใช้ระบบสาธารณูปโภค ควบคุมการผลิต และดูแลความปลอดภัยอาชีวอนามัยร่วมกันกับโครงการเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยส่งเสริมรายได้เข้าประเทศและในระดับท้องถิ่น โดยเฉพาะกับการครองชีพของคนในชุมชนอีกด้วย
เอกสารดังกล่าวยังอ้างว่า น้ำมันเตาที่ได้จากกระบวนการกลั่นของโครงการปัจจุบันที่มีกำมะถันปะปน เมื่อถูกขายไปเป็นเชื้อเพลิงแล้วจะเกิดปัญหามลพิษจากสารประกอบ (ที่สามารถก่อตัวเป็นโอโซนระดับพื้นดินและเป็นสารตั้งต้นสำคัญของฝุ่นพิษ PM2.5) โดยปัญหานี้จะบรรเทาลงได้หากมีการปรับปรุงโครงการเดิมและสร้างส่วนขยายโรงงานกลั่นที่มีเทคโนโลยีการกลั่นน้ำมันดิบที่มีศักยภาพมากขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มขั้นตอนปรับปรุงคุณภาพการผลิต โดยทางโครงการระบุจะควบคุมความเข้มข้นและอัตราการระบายของมลพิษให้อยู่ค่ามาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด
เมื่อเปิดดำเนินการ คาดว่าในแต่ละวันโครงการส่วนขยายโรงกลั่นน้ำมันจะมีการสูบน้ำดิบจากแหล่งน้ำสาธารณะและผลิตเพิ่มเติม 25.9 ล้านลิตร และใช้น้ำประปาจากการประปาส่วนภูมิภาคเพชรบุรี 32,890 ลิตร (หากเปรียบเทียบกับการเหมารถส่งน้ำประปาหกล้อขนาด 8.5 คิว จะเท่ากับรถ 3,051 คัน) โดยน้ำเสียที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตหลังจากผ่านการบำบัดแล้ว จะถูกนำไปสำรองสำหรับการดับเพลิงและรดต้นไม้ ทั้งนี้ ยังไม่รวมถึงในส่วนของน้ำที่ใช้ในช่วงการก่อสร้าง น้ำที่ปรับปรุงคุณภาพภายในโครงการ น้ำหมุนเวียนที่นำกลับมาใช้ใหม่ และระบบไอน้ำ
ถ้าหากมองไปที่เมืองอุตสาหกรรมอย่างระยองเป็นตัวอย่างจะพบว่า น้ำผิวดินของแม่น้ำระยองมีคุณภาพเสื่อมโทรม และถึงแม้ว่ายังไม่มีข้อบ่งชี้โดยตรงถึงอัตราการป่วยเป็นโรคมะเร็งของชาวจังหวัดระยองกับค่าสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) เกินมาตรฐาน แต่ข้อมูลวิจัยโรคมะเร็งในประเทศไทยระหว่างปี 2557–2560 พบว่าอัตราค่าเฉลี่ยการเกิดมะเร็งในพื้นที่จังหวัดระยองสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ กระทรวงสาธารณสุขในปี 2563 ยังรายงานว่าอัตราการป่วยแต่กำเนิดยังพบมากขึ้น ทั้งการมีรูปร่างผิดปรกติแต่กำเนิดและเด็กทารกที่มีโครโมโซมผิดปกติ
ที่ผ่านมา ชุมชนในอำเภอบ้านแหลมมีการรวมตัวคัดค้านและติดตามสถานการณ์ก่อสร้างส่วนต่อขยายโรงแปรสภาพคอนเดนเสทและน้ำมันดิบ และโครงการหน่วยผลิตไฟฟ้าและไอน้ำแล้วหลายครั้ง อาทิ วันที่ 18 ก.พ. 2569 (สืบเนื่องจากเวทีรับฟังความเห็นประชาชนครั้งที่หนึ่ง ในวันที่ 12 ก.พ. โดย บริษัท คอนซัลแทนท์ ออฟ เทคโนโลยี จำกัด) และวันที่ 4 มี.ค. 2569 ในเวทีรายการสถานีประชาชนของไทยพีบีเอส
เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากการดำเนินโครงการฯ ยังได้จัดกิจกรรมเดินรณรงค์และเวทีสื่อสารสาธารณะ “ไม่เอาโรงกลั่นโรงไฟฟ้าเพื่อสันติสุขชีวิตพี่น้องครอบครัวของพวกเรา” จากศาลเจ้าปึงเถ่ากงในตำบลบางตะบูนถึงศาลพ่อปู่ยี่ เทศบาลตำบลหาดเจ้าสำราญ เป็นระยะทางกว่า 40 กิโลเมตร ระหว่างวันที่ 21–22 มี.ค. 2569 รวมทั้งมีการประชาสัมพันธ์ความรู้เพื่อการรักษาสิทธิของตนเองเมื่อมีบริษัทที่ปรึกษาของโครงการมาเก็บข้อมูลอีกด้วย
“เราไม่ได้เป็นกระต่ายตื่นตูมแล้วจะมาคัดค้าน แต่เราได้รับมันมาตลอด 22 ปี ” นาวาโท กีรติ เทศเจริญ ตัวแทนตำบลบางแก้วกล่าวระหว่างการบันทึกรายการสถานีประชาชน “ตอนก่อสร้างมาขายฝันให้เรา มาให้สัญญากับเราไว้ว่าผลกระทบสิ่งแวดล้อมจะไม่เกิด แล้วไม่มีการแก้ไข EIA เลย เราก็รับความเดือดร้อนกันมาโดยตลอด นี่คืออนุสรณ์แห่งความเจ็บใจเป็นแผลอยู่ในหัวใจของคนบางแก้ว”
เขียน EIA ให้วัวกลัว
Climate Risk Index 2026 ระบุว่าไทยเป็นประเทศลำดับ 17 ของโลกที่เสี่ยงต่อภาวะโลกรวน และมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ท่ามกลางความเสี่ยงจากโลกที่เปลี่ยนแปลงและการเมืองที่ผันผวน แนวทางการปกป้องที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติเพียงพอแล้วหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาถึงการรักษาไว้ซึ่งต้นทุนทางธรรมชาติ สิทธิจัดการดูแลตนเองของชุมชน นิเวศบริการ และความมั่นคงทางอาหาร
แม้จะแวดล้อมไปด้วยพื้นที่เกษตรกรรมและพื้นที่รักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม แต่การก่อสร้างของโครงการนี้มิได้ขัดต่อผังเมือง เนื่องจากโรงกลั่นน้ำมันของเดิมได้ตั้งอยู่ก่อนมีการกำหนดแผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดินของจังหวัดเพชรบุรี การก่อสร้างส่วนต่อขยายและหน่วยผลิตไฟฟ้าจึงสามารถกระทำได้ตราบใดที่ยังอยู่ในเขตพื้นที่สีม่วง
ทั้งโครงการส่วนต่อขยายโรงแปรสภาพคอนเดนเสทและน้ำมันดิบ และโครงการหน่วยผลิตไฟฟ้าและไอน้ำ จัดอยู่ในประเภทโครงการพัฒนาที่ต้องจัดทำรายงาน EIA อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการรับฟังความคิดเห็นของชุมชนที่มีต่อโครงการยังคงเต็มไปด้วยความไม่ไว้วางใจต่อกัน ชุมชนตั้งคำถามถึงสถานที่รับฟังความเห็นที่ห่างไกลจากที่ตั้งโรงงานทำให้ผู้ได้รับผลกระทบไม่สะดวกต่อการเดินทาง การแจ้งประชุมรับฟังความเห็นไม่ทั่วถึง และยังมีข้อกังวลถึงน้ำเสีย คราบน้ำมันและกากตะกอนที่เหลือจากกระบวนการผลิตของโครงการ ซึ่งอาจเข้าข่ายละเมิดสิทธิของชุมชนในการจัดการดูแลสิ่งแวดล้อมของตนเอง
รายงาน EIA ถูกควบคุมภายใต้ พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 ที่มีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นผู้บังคับใช้ ซึ่งโครงการที่มีขนาดและประเภทเข้าเกณฑ์ตามที่กระทรวงได้ประกาศไว้ต้องจัดทำรายงาน EIA ทั้งสิ้นโดยไม่ได้มีผู้ใดมีอำนาจยกเลิกหรือยกเว้น
อย่างไรก็ตาม กระบวนการจัดทำรายงาน EIA ที่มีเจ้าของโครงการเป็นผู้ว่าจ้างจัดทำเองก็ถูกตั้งคำถามว่าเป็นไปเพียงเพื่อให้ครบขั้นตอนทางกฎหมาย จากจำนวนรายงาน EIA และ EHIA ระหว่างปี 2560–2565 ทั้งหมด 2,868 ฉบับ มีเพียงหนึ่งฉบับที่ไม่ผ่านเนื่องจากเจ้าของโครงการเป็นผู้ถอนเอง นอกจากนี้ มาตรา 51/1 ของ พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมฯ ยังจำกัดกรอบเวลาคณะกรรมการผู้ชํานาญการให้พิจารณารายงานหลังจากได้รับจาก สผ. หรือหน่วยงานที่ปฏิบัติหน้าที่แทนให้แล้วเสร็จภายใน 45 วัน ซึ่งถ้าหากไม่สามารถพิจารณาได้ทันในกรอบเวลาดังกล่าว ก็ให้ถือว่ารายงานนั้นได้รับความเห็นชอบ
การก่อสร้างโครงการอุตสาหกรรมจะเปลี่ยนแปลงพื้นที่ที่ทั้งคนและสิ่งมีชีวิตจำนวนมากได้ใช้ประโยชน์ในฐานะแหล่งกำเนิดอาหาร ให้เป็นโรงงานภายใต้การบริหารของบริษัท เปลี่ยนผู้ประกอบอาชีพเป็นแรงงานไร้ฝีมือในบ้านของตัวเอง แม้ว่าสิทธิการจัดการดูแลตัวเองและสิ่งแวดล้อมท้องถิ่นของชุมชนจะเป็นสิทธิที่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ แต่กลไกตรวจสอบความคุ้มค่าและอรรถประโยชน์กลับยังมีช่องว่างชวนกังขา
และเนื่องจากการจัดทำรายงาน EIA เป็นขั้นตอนบังคับตามกฎหมาย สถาบันการเงินบางแห่งจึงเลือกใช้กระบวนการจัดทำรายงานดังกล่าวเป็นเงื่อนไขในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อโดยอ้างถึงความตระหนักรู้ในการรับผิดชอบผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมจากการสนับสนุนสินเชื่อ แต่ทั้งนี้ ประเทศไทยยังไม่มีขอบเขตกฎหมายที่ครอบคลุมถึงกลุ่มทุนธนาคารที่เป็นผู้ปล่อยเงินกู้สนับสนุนโครงการพัฒนาเพื่อเศรษฐกิจต่างๆ ว่าจำต้องมีพันธะผูกพันรับผิดชอบอย่างไรบ้าง นอกเหนือไปจากความเสี่ยงกำไรขาดทุนของโครงการ ทำให้ปัจจุบันแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Environmental, Social, and Governance: ESG) ยังคงแปรผกผันขึ้นอยู่กับจิตสำนึกมากกว่าจะมีผลบังคับใช้จริง
เดิมพันของพื้นที่ต้องแลกกับโครงการดังกล่าว คือ ธรรมชาติและนกอพยพที่สามารถสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนได้ ไม่ว่าจะเป็นรายได้ทางตรงอย่างการท่องเที่ยว เกษตรกรรมคุณภาพสูง หรือคุณค่าแฝงของนิเวศบริการของพื้นที่ชุ่มน้ำชายทะเลที่เป็นทั้งพื้นที่อนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อนและกันชนมลพิษ หรือกระทั่งฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการส่งออกและบริโภคในประเทศ อาทิ สาหร่ายพวงองุ่น หอยแมลงภู่ หอยนางรม กุ้ง กระชังเลี้ยงปลา ปูม้า และปูดำ พื้นที่ที่เป็นแหล่งเริ่มต้นของห่วงโซ่อาหารเช่นนี้ จำเป็นต้องใช้งบประมาณมหาศาลในการฟื้นฟูเมื่อเกิดสารพิษสะสมในสิ่งมีชีวิตและสภาพแวดล้อม ซึ่งเทคโนโลยีในปัจจุบันสามารถบรรเทาได้เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น
วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซผลักให้หลายฝ่ายคิดทบทวนโครงสร้างพลังงานไทยและตระหนักถึงความเสี่ยงของการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลนำเข้าที่สร้างภาระให้กับประเทศ ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยได้ลงนามในอนุสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการเปลี่ยนผ่านพลังงาน อาทิ NDC 3.0 ที่ต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 47% ภายในปี 2578 (ค.ศ. 2035) และบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ภายในปี 2593 (ค.ศ. 2050) ทำให้โครงสร้างอุตสาหกรรมพลังงานฟอสซิลทั่วประเทศเสี่ยงต่อการเป็นทรัพย์สินสูญค่าในไม่ถึง 25 ปีข้างหน้านี้
Scott Zimmerman ผู้จัดการโครงการ Global Oil and Gas Exploration Tracker (GOGET) ของ Global Energy Monitor และผู้ร่วมเขียนรายงาน “Longer Leads: Increasing Complexity in Oil and Gas Field Development.” ยังให้ความเห็นว่า อุตสาหกรรมพลังงานควรให้ความสนใจกับการลดความต้องการใช้พลังงานและเสริมสร้างศักยภาพในการผลิตพลังงานหมุนเวียนมากกว่า เพื่อปรับเป้าหมายให้สอดคล้องกับความมั่นคงด้านพลังงานอย่างแท้จริง
คำถามมากมายจากชุมชนคนอำเภอบ้านแหลมจึงไม่ใช่การต่อต้านการพัฒนา แต่เป็นการตั้งคำถามว่าแผ่นดินของพวกเขากำลังพัฒนาไปในทิศทางใด เพื่ออะไรและเพื่อใครต่างหาก
แหล่งข้อมูล
- Zimmerman, S., & Fralikhina, H. (2026, March). Longer leads: Increasing complexity in oil and gas field development. Global Energy Monitor.
- สยามกัลฟ์ปิโตรเคมีคัล จำกัด. (2569, กุมภาพันธ์). เอกสารประกอบการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อร่างข้อเสนอโครงการ รายละเอียดโครงการ ขอบแขตการศึกษา และประเมินทางเลือกโครงการ โครงการหน่วยผลิตไฟฟ้าและไอน้ำของ สยามกัลฟ์ปิโตรเคมีคัล จำกัด และโครงการโรงแปรสภาพคอนเดนเสทและน้ำมันดิบ (ส่วนขยาย ครั้งที่ 1).
- สถานีประชาชน ThaiPBS. (2026, March 6). ค้านขยายโรงกลั่นน้ำมัน – โรงไฟฟ้า อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี [Video]. YouTube. https://www.youtube.com/live/gPpakkKrJ_U?si=shsJYlEgTGEmzkKY
- รายงานพิเศษ ประดับไว้ในโลกา. (2004, October–December). ฟ้าเดียวกัน คนกันคนที่เคยอยู่คู่กันมา คนกับคนก็หันหน้าฆ่ากันเอง, (2-4), 62–64.
- พากเพียรจรัล, ศ. (บ.ก.). (2548, ธันวาคม). 21 นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน : สืบสานเจตนารมณ์และจิตใจกล้าหาญ (พิมพ์ครั้งที่ 1). สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ. http://library.nhrc.or.th/th/media/34
- พิมพาชัยธิดามนต์. (2544, 3 สิงหาคม). นักสิทธิฯ ระบุ 16 ปี 28 ศพ แกนนำชาวบ้านคัดค้านโครงการกระทบชุมชน. สำนักข่าวอิศรา ศูนย์ข่าวเพื่อชุมชน. https://www.isranews.org/content-page/item/3050-นักสิทธิมนุษยชนระบุ-16-ปีมีแกนนำชาวบ้านตาย-27-ศพ-จากรารคัดค้านโครงการักระทบชุมชน.html
- Manopawitr, P., & Round, P. (2004, December). Thailand’s greatest wetland under imminent threat. BirdingASIA, (2), 74–77.
- Tantipisanuh, N., Savini, T., Round, P. D., & Gale, G. A. (2016). Incidental impacts from major road construction on one of Asia’s most important wetlands: The Inner Gulf of Thailand. Pacific Conservation Biology, 22(1), 29. https://doi.org/10.1071/pc15028
- Cochard, R. (2017). Coastal water pollution and its potential mitigation by vegetated wetlands. In Redefining Diversity & Dynamics of Natural Resources Management in Asia (Vol. 1, pp. 189–230). Elsevier. https://doi.org/10.1016/b978-0-12-805454-3.00012-8
- Round, P. (2007, April). Shorebirds in the Inner Gulf of Thailand. Stilt, (50), 96–102. https://awsg.org.au/wp-content/uploads/2020/11/Stilt-50.pdf
- สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม GreenNews. (2026, 12 กุมภาพันธ์). ค้านกลางเวทีรับฟัง “โครงการแสนล้าน โรงกลั่นน้ำมัน-โรงไฟฟ้า เพชรบุรี”. https://greennews.agency/?p=42549
- เกียรติอิสระ ศริวา, & วงศ์ขจิตร ศรัณย์ (บ.ก.). (2569, กุมภาพันธ์). มายาคติพลังงาน 2 คิดอีกนิดเรื่องพลังงาน. บริษัท ป่าสาละ จํากัด. https://salforest.com/products-services/books/energy-myth-2
- รถส่งน้ำประปาไพศาล. (2026, 18 มีนาคม). คำถามที่พบบ่อย. https://nampaisan.com/common-questions
- สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 13 (ชลบุรี). (2562, 3 กรกฎาคม). สถานการณ์คุณภาพน้ำแม่น้ำระยองและคลองสาขา จังหวัดระยอง เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2562. กรมควบคุมมลพิษ. https://epo13.pcd.go.th/th/news/detail/41279
- ThaiPublica. (2023, 8 มีนาคม). “ค่าสารก่อมะเร็งพุ่ง” 13 ปีเขตควบคุมมลพิษนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด. https://thaipublica.org/2023/03/map-ta-phut-8-03-2566/
- Germanwatch. (2025). Global climate risk index. https://www.germanwatch.org/en/cri
- UNEP GRID. (n.d.). Interactive country fiches: Climate change / Thailand. Retrieved May 15, 2026, from https://dicf.unepgrid.ch/thailand/climate-change
- เพชรภูมิ ฮอตนิวส์. (2026, 18 กุมภาพันธ์). ชาวบางแก้วรวมตัว คัดค้านตั้งโรงงานกลั่นน้ำมัน -โรงงานไฟฟ้า บ.สยามกัลฟ์ฯ “สส.กระแต” เชิญ อุตสาหกรรมฯ ทรัพยากรฯ ลงพื้นที่ รับฟังเสียงชาวบ้าน [Status update]. Facebook. https://www.facebook.com/share/p/1Ftyaei9dE/
- พิชชากร เรืองเดชาวิวัฒน์. (2023, 20 พฤศจิกายน). EIA EHIA! เสือกระดาษแห่งวงการสิ่งแวดล้อมไทย. 101 PUB. https://101pub.org/environmental-impact-assessment-obstacle/
- Climate Finance Network Thailand. (2024, 12 June). Thailand’s fossil lock-in: Stranded risk of midstream oil & gas infrastructure. https://climatefinancethai.com/th/stranded-midstream-th/