กรณีบุคคลนำบัตรประชาชนผู้อื่นไปแอบอ้างเปิดบัญชีธนาคารและนำไปกระทำผิดกฎหมาย กรณีธนาคารไทยพาณิชย์

กรณีบุคคลนำบัตรประชาชนผู้อื่นไปแอบอ้างเปิดบัญชีธนาคารโดยไม่เห็นใบหน้าผู้ขอเปิดบัญชีอย่างชัดเจน และนำไปกระทำผิดกฎหมายจนผู้ถูกนำบัตรประชาชนไปแอบอ้างถูกดำเนินคดี ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560 ผ่านกระทู้พันทิป โดยมีรายชื่อทั้งหมด 7 ธนาคาร เปิดบัญชีทั้งหมด 9 บัญชี

1. ธนาคารไทยพาณิชย์ 1 บัญชี   
2. ธนาคารกสิกรไทย 1 บัญชี
3. ธนาคารกรุงไทย 2 บัญชี
4. ธนาคารทหารไทย 1 บัญชี
5. ธนาคารธนชาต 2 บัญชี
6. ธนาคารออมสิน 1 บัญชี
7. ธนาคารกรุงเทพ 1 บัญชี

วันที่ 9 มกราคม 2561 สมาคมธนาคารไทยชี้แจงปัญหาการลักลอบนำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคาร ระบุถึงระเบียบการเปิดบัญชีเงินฝาก และยืนยันตัวตนของผู้มาเปิดบัญชี ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานและกฎเกณฑ์ของทางราชการ รวมถึงอธิบายขั้นตอนการเปิดบัญชีเงินฝาก 4 ขั้นตอน

สมาคมธนาคารไทยชี้แจงเพิ่มเติมว่าธนาคารที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงตามกฎระเบียบและวิธีปฏิบัติของธนาคาร รวมถึงให้ความร่วมมือกับทางราชการในการดำเนินการสอบสวนหาผู้กระทำผิด และจะมีการดำเนินการเพื่อดูแลและหาข้อสรุปที่เหมาะสมและเป็นธรรมกับทุกฝ่ายต่อไป

ธนาคารสมาชิก (สมาคมธนาคารไทย) ได้สื่อความเน้นย้ำและกำชับการปฏิบัติงานของพนักงานให้ปฏิบัติตามระเบียบกฎเกณฑ์อย่างเคร่งครัด และให้มีความรอบคอบและความระมัดระวังเพิ่มมากขึ้น รวมถึงได้มีมาตรการการสื่อสารชี้แจงและขอความร่วมมือลูกค้าถึงความจำเป็นในการเข้มงวดเรื่องการตรวจสอบตัวตน เมื่อเข้ามาเปิดบัญชีและใช้บริการภายในธนาคาร

ข้อมูลจากเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ (http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/788106) วันที่ 10 มกราคม 2561 ระบุว่านายพงษ์สิทธิ์ ชัยฉัตรพรสุข รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดการป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้ตรวจสอบกับทางกระทรวงมหาดไทยถึงเรื่องการเชื่อมโยงทะเบียนราษฎร์บนชิพการ์ดของบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งได้รับการยืนยันว่ามีการลงนามความร่วมมือกันแล้ว แต่กระบวนการอยู่ระหว่างดำเนินการ ทำให้มีความล่าช้า

ในขณะที่ นางอภิพันธ์ เจริญอนุสรณ์ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ผู้บริหารสูงสุดปฏิบัติการ ผู้บริหารสูงสุด Retail Product และRetail Payment ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูลว่าในการเปิดบัญชีธนาคารนั้น ระบบการเปิดบัญชี ยังใช้การระบุตัวตนลูกค้า หรือ เควายซี (KYC) เข้มงวดตามปกติ แต่ยังไม่สามารถระบุข้อบกพร่องที่นำไปสู่ปัญหาที่เกิดขึ้นจากตรงไหน ส่วนระบบการพิสูจน์ตัวตนผ่านอิเล็กทรอนิกส์ (E-KYC) นั้นยังไม่ได้นำมาใช้

แหล่งที่มา:

1. เตือนภัย!! ใครเคยทำบัตรประชาชนหาย ระวังโดนเอาไปสวมสิทธิ์ปลอมแปลงบัญชี
2. Blognone สมาคมธนาคารชี้แจงข่าวถูกสวมรอยเปิดบัญชี, แบงค์ชาติสั่งธนาคารตรวจสอบและชี้แจง
3. สั่ง 36 แบงก์ล้อมคอกคดี ‘ณิชา’
4. สมาคมธนาคารไทยชี้แจงปัญหาลักลอบนำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคาร
5. 
ไทยพาณิชย์-ธปท.ชี้แจง! ปมคนร้ายเอาบัตรปชช.เหยื่อ เปิดบัญชีโกยเงินโกง

ขอบคุณสำหรับความคิดเห็น

ส่งข้อความของคุณเรียบร้อย

×