ผลการประเมินธนาคารในหมวด

ข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับธรรมชาติ

เกณฑ์หมวดนี้ประเมินนโยบายเกี่ยวกับธุรกิจที่ธนาคารให้การสนับสนุนทางการเงิน เกณฑ์หลายข้อมุ่งเน้นให้ธนาคารมีนโยบายสินเชื่อเกี่ยวกับอุตสาหกรรมที่สุ่มเสี่ยงต่อการสร้างผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เช่น อุตสาหกรรมทรายน้ำมัน และการค้าพืชและสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ที่อยู่ในรายการแนบท้ายอนุสัญญาไซเตส (CITES)

ผลการประเมินในปี 2563 พบว่า ธนาคารกรุงเทพ และธนาคารทหารไทย เป็นเพียงสองธนาคารที่ได้คะแนนในหมวดนี้ โดยทั้งสองแห่งประกาศไม่ยอมรับการค้าสัตว์ป่าหรือผลิตภัณฑ์ตามที่ระบุในอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ (Convention on International Trade in Endangered Species of Wild Fauna and Flora: CITES) และธนาคารทหารไทยได้คะแนนเพิ่มจากการประกาศว่าธนาคารจะไม่ให้การสนับสนุนทางการเงินกับการผลิตหรือการค้าผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ขัดต่ออนุสัญญาหรือข้อตกลงในระดับสากล หรือขัดต่อรายการต้องห้ามในระดับสากล รวมถึงสารเคมีที่ใช้ในการกำจัดแมลง สารเคมีกำจัดวัชพืช polychlorinated biphenyl (PCB)

หมวดธรรมชาติประเมินตามเกณฑ์ประกอบด้วย 15 หัวข้อดังต่อไปนี้

หัวข้อต่อไปนี้ใช้ประเมินนโยบายระดับปฏิบัติการของสถาบันการเงิน

-

หัวข้อต่อไปใช้สำหรับบริษัทที่สถาบันการเงินลงทุนหรือให้การสนับสนุนทางการเงิน

1. บริษัทป้องกันผลกระทบทางลบต่อพื้นที่ที่มีคุณค่าด้านการอนุรักษ์สูง (High Conservation Value - HCV - areas) ภายในเขตปฏิบัติการของบริษัทและพื้นที่ที่บริษัทบริหารจัดการ

2. บริษัทป้องกันผลกระทบทางลบต่อพื้นที่ระดับ I-IV ตามการจัดหมวดขององค์กรระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (International Union for Conservation of Nature - IUCN) ภายในเขตปฏิบัติการของบริษัทและพื้นที่ที่บริษัทบริหารจัดการ

3. บริษัทป้องกันผลกระทบทางลบต่อพื้นที่มรดกโลกยูเนสโก (UNESCO World Heritage) ภายในเขตปฏิบัติการของบริษัทและพื้นที่ที่บริษัทบริหารจัดการ

4. บริษัทป้องกันผลกระทบทางลบต่อพื้นที่อนุรักษ์ตามอนุสัญญาแรมซาร์ว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ (Ramsar Convention on Wetlands) ภายในเขตปฏิบัติการของบริษัทและพื้นที่ที่บริษัทบริหารจัดการ

5. บริษัทป้องกันผลกระทบทางลบต่อประชากรสัตว์ที่อยู่ในบัญชีแดงสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ของไอยูซีเอ็น (IUCN Red List of Threatened Species)

6. การค้าพืชและสัตว์ใกล้สูญพันธุ์เป็นไปตามเงื่อนไขในอนุสัญญาไซเตส (CITES)

7. บริษัทไม่ยอมรับการค้าพืชและสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ที่อยู่ในรายการแนบท้ายอนุสัญญาไซเตส (CITES)

8. กิจกรรมในสาขาวัสดุพันธุกรรมและวิศวพันธุกรรม (genetic materials & genetic engineering) จะเกิดได้ก็ต่อเมื่อมันผ่านเงื่อนไขการอนุญาตและประมวลผลตามอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพขององค์การสหประชาชาติ (UN Convention on Biological Diversity) และแนวปฏิบัติบอนน์ (Bonn Guidelines) หรือพิธีสารนาโกยา (Nagoya Protocol) เท่านั้น

9. การผลิตหรือการซื้อขายสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมสามารถทำได้ก็ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากประเทศผู้นำเข้าสินค้าและปฏิบัติตามข้อกำหนดของพิธีสารคาร์ตาเฮนา

10. บริษัทป้องกันการนำชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน (invasive alien species) (พืชหรือสัตว์) เข้าสู่ระบบนิเวศ

11. บริษัทจัดทำรายงานประเมินผลกระทบจากภาวะขาดแคลนน้ำ (water scarcity impact assessment) ในพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำ

12. บริษัทมีมาตรการบรรเทาผลกระทบที่ครอบคลุม เพื่อตอบสนองต่อความต้องการน้ำของชุมชนและระบบนิเวศ ในพื้นที่ที่รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมระบุว่าโครงการหรือปฏิบัติการของบริษัทอาจมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อแหล่งน้ำ

13. บริษัทจัดทำการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมว่าด้วยผลกระทบโดยรวมของโครงการขนาดใหญ่ต่อความหลากหลายทางชีวภาพ อย่างน้อยตามแนวทางที่ระบุในมาตรฐาน GRI 304: Biodiversity 2016 หรือมาตรฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

14. บริษัทบูรณาการหลักเกณฑ์ด้านธรรมชาติเข้าไปในนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและนโยบายปฏิบัติการของบริษัท

15. บริษัทใส่หลักเกณฑ์ด้านธรรมชาติเป็นเงื่อนไขในสัญญาที่ลงนามกับผู้รับเหมาช่วงและคู่ค้า

ขอบคุณสำหรับความคิดเห็น

ส่งข้อความของคุณเรียบร้อย

×