ผลการประเมินธนาคารในหมวด

ข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เกณฑ์หมวดนี้มุ่งประเมินบทบาทของธนาคารในการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากการดำเนินงานทั้งทางตรงและทางอ้อมของธนาคาร อาทิ การตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของธนาคารทั้งทางตรงและทางอ้อม การจำกัดการสนับสนุนทางการเงินแก่อุตสาหกรรมที่ผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินไม่เกินร้อยละ 30 การมีนโยบายสินเชื่อสนับสนุนให้ธุรกิจเปลี่ยนจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลมาเป็นแหล่งพลังงานหมุนเวียน เป็นต้น

ผลการประเมินปรากฎว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) และธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เป็นธนาคารเพียงสองแห่งที่ได้คะแนนในหมวดนี้ โดย SCB และ KBANK ได้คะแนนในประเด็นที่ธนาคารประกาศเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานของธนาคาร และ SCB ได้คะแนนเพิ่มเติมจากโครงการเงินหมุนเวียนเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน โดยมีการพิจารณาสินเชื่ออัตราพิเศษให้แก่ผู้ประกอบการที่สนใจติดตั้งอุปกรณ์เพื่อลดการใช้พลังงาน และลงทุนก่อสร้างอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน

หมวดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศประเมินตามเกณฑ์ประกอบด้วย 24 หัวข้อดังต่อไปนี้

หัวข้อต่อไปนี้ใช้ประเมินนโยบายระดับปฏิบัติการของสถาบันการเงิน

1. สถาบันการเงินกำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร ทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งสอดคล้องกับการจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส

2. สถาบันการเงินเปิดเผยว่ามีส่วนแบ่งเท่าไรในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัทพลังงานและโครงการด้านพลังงานที่องค์กรให้การสนับสนุนทางการเงิน

3. สถาบันการเงินเปิดเผยว่ามีส่วนแบ่งเท่าไรในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัทและโครงการทั้งหมดที่องค์กรให้การสนับสนุนทางการเงิน

4. สถาบันการเงินกำหนดเป้าหมายการลดส่วนแบ่งในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่องค์กรให้การสนับสนุนทางการเงิน ซึ่งสอดคล้องกับการจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส

5. สถาบันการเงินวัดและเปิดเผยผลกระทบที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตามแนวทางที่แนะนำโดย Task Force on Climate-related Financial Disclosures

6. มีนโยบายจำกัดการสนับสนุนทางการเงินแก่อุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินและเหมืองถ่านหินไว้ไม่เกินร้อยละ 30 ของการสนับสนุนทางการเงินทั้งหมด

7. มีนโยบายจำกัดการสนับสนุนทางการเงินแก่อุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิลและการขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ไว้ไม่เกินร้อยละ 30 ของการสนับสนุนทางการเงินทั้งหมด

8. มีนโยบายจำกัดการสนับสนุนทางการเงินแก่อุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินและเหมืองถ่านหินไว้ไม่เกินร้อยละ 0 ของการสนับสนุนทางการเงินทั้งหมด

9. มีนโยบายจำกัดการสนับสนุนทางการเงินแก่อุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิลและการขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ไว้ไม่เกินร้อยละ 0 ของการสนับสนุนทางการเงินทั้งหมด

หัวข้อต่อไปใช้สำหรับบริษัทที่สถาบันการเงินลงทุนหรือให้การสนับสนุนทางการเงิน

10. บริษัทเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรงและทางอ้อม

11. บริษัทลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรงและทางอ้อม

12. บริษัทเปลี่ยนจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลมาเป็นแหล่งพลังงานหมุนเวียน

13. สถาบันการเงินจะไม่ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่บริษัทผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินที่ไร้มาตรการลดผลกระทบ (นั่นคือ ไม่ใช้เทคโนโลยีกักเก็บคาร์บอน - Carbon Capture and Storage)

14. สถาบันการเงินจะไม่ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่บริษัทผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน

15. สถาบันการเงินจะไม่ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่บริษัทผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิล

16. สถาบันการเงินจะไม่ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่เหมืองถ่านหิน

17. สถาบันการเงินจะไม่ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ธุรกิจทรายน้ำมัน

18. สถาบันการเงินจะไม่ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ธุรกิจขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ

19. สถาบันการเงินจะไม่ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่โครงการเกษตรกรรมที่แปลงมาจากพื้นที่ชุ่มน้ำ ป่าพรุ หรือพื้นที่อื่น ๆ ที่กักเก็บคาร์บอนในระดับสูง (High-carbon Stock)

20. การผลิตวัสดุชีวภาพ (Biomaterials) เป็นไปตามหลักการ 12 ข้อ ของ Roundtable on Sustainable Biomaterials (RSB)

21. การชดเชยก๊าซเรือนกระจก (CO2 compensation) ได้รับการรับรองตามมาตรฐานทองคำ (Gold Standard)

22. บริษัทไม่มีส่วนในการล็อบบี้ (พยายามส่งอิทธิพลต่อการตัดสินใจของผู้ดำเนินนโยบายหรือหน่วยงานกำกับดูแล) ซึ่งมีเป้าหมายทำให้นโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอ่อนแอลง

23. บริษัทบูรณาการประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้าไปในนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและนโยบายปฏิบัติการของบริษัท

24. บริษัทใส่หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นเงื่อนไขในสัญญาที่ลงนามกับผู้รับเหมาช่วงและคู่ค้า

ขอบคุณสำหรับความคิดเห็น

ส่งข้อความของคุณเรียบร้อย

×