ผลการประเมินธนาคารในหมวด

ข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เกณฑ์หมวดนี้มุ่งประเมินบทบาทของธนาคารในการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากการดำเนินงานทั้งทางตรงและทางอ้อมของธนาคาร อาทิ การตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของธนาคารทั้งทางตรงและทางอ้อม การจำกัดการสนับสนุนทางการเงินแก่อุตสาหกรรมที่ผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินไม่เกินร้อยละ 30 การมีนโยบายสินเชื่อสนับสนุนให้ธุรกิจเปลี่ยนจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลมาเป็นแหล่งพลังงานหมุนเวียน เป็นต้น

ผลการประเมินในปี 2563 พบว่า ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ธนาคารกรุงไทย (KTB) และธนาคารทหารไทย (TMB) เป็นธนาคารสามแห่งที่ได้คะแนนในหมวดนี้ โดยธนาคารกสิกรไทย และธนาคารกรุงไทยได้คะแนนในประเด็นที่ธนาคารประกาศเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานของธนาคาร เช่น ธนาคารกรุงไทยซึ่งได้คะแนนในหมวดนี้เป็นปีแรกกำหนดเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สอดคล้องกับเป้าหมายระดับชาติ โดยประกาศจะลดลงให้ได้ร้อยละ 20 ภายในปี พ.ศ. 2567 เทียบกับปีฐาน 2562

หมวดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศประเมินตามเกณฑ์ประกอบด้วย 26 หัวข้อดังต่อไปนี้

หัวข้อต่อไปนี้ใช้ประเมินนโยบายระดับปฏิบัติการของสถาบันการเงิน

1. สถาบันการเงินกำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรทั้งทางตรงและทางอ้อม ที่สามารถวัดได้ ซึ่งสอดคล้องกับการจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส

2. สถาบันการเงินประกาศว่าจะใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนเท่านั้นในปฏิบัติการของตัวเอง

3. สถาบันการเงินเปิดเผยว่ามีส่วนแบ่งเท่าไรในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของกลุ่มบริษัทหรืออุตสาหกรรมที่องค์กรให้การสนับสนุนทางการเงิน

4. สถาบันการเงินเปิดเผยว่ามีส่วนแบ่งเท่าไรในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัทและโครงการทั้งหมดที่องค์กรให้การสนับสนุนทางการเงิน

5. สำหรับสินเชื่อโครงการขนาดใหญ่ สถาบันการเงินประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมโดยใช้ข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ (climate risks) เป็นข้อมูลประกอบการประเมิน

6. สถาบันการเงินกำหนดเป้าหมายการลดส่วนแบ่งในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่องค์กรให้การสนับสนุนทางการเงิน ซึ่งสอดคล้องกับการจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส

7. สถาบันการเงินวัดและเปิดเผยผลกระทบที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตามแนวทางที่แนะนำโดย Task Force on Climate-related Financial Disclosures

8. มีนโยบายจำกัดการสนับสนุนทางการเงินแก่อุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน และ/หรือเหมืองถ่านหิน ไว้ไม่เกินร้อยละ 30 ของการสนับสนุนทางการเงินทั้งหมด

9. มีนโยบายจำกัดการสนับสนุนทางการเงินแก่อุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิล และ/หรือ การขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ไว้ไม่เกินร้อยละ 30 ของการสนับสนุนทางการเงินทั้งหมด

10. มีนโยบายจำกัดการสนับสนุนทางการเงินแก่อุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน และ/หรือเหมืองถ่านหิน ไว้ไม่เกินร้อยละ 0 ของการสนับสนุนทางการเงินทั้งหมด

11. มีนโยบายจำกัดการสนับสนุนทางการเงินแก่อุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิล และ/หรือการขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ไว้ไม่เกินร้อยละ 0 ของการสนับสนุนทางการเงินทั้งหมด

หัวข้อต่อไปใช้สำหรับบริษัทที่สถาบันการเงินลงทุนหรือให้การสนับสนุนทางการเงิน

12. บริษัทเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรงและทางอ้อม

13. บริษัทลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรงและทางอ้อม

14. บริษัทเปลี่ยนจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลมาเป็นแหล่งพลังงานหมุนเวียน

15. สถาบันการเงินจะไม่ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่บริษัทผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินที่ไร้มาตรการลดผลกระทบ (นั่นคือ ไม่ใช้เทคโนโลยีกักเก็บคาร์บอน - carbon capture and storage)

16. สถาบันการเงินจะไม่ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่บริษัทผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน

17. สถาบันการเงินจะไม่ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่บริษัทผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิล

18. สถาบันการเงินจะไม่ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่เหมืองถ่านหิน

19. สถาบันการเงินจะไม่ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ธุรกิจทรายน้ำมัน

20. สถาบันการเงินจะไม่ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ธุรกิจขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ

21. สถาบันการเงินจะไม่ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่โครงการเกษตรกรรมที่แปลงมาจากพื้นที่ชุ่มน้ำ ป่าพรุ หรือพื้นที่อื่นๆ ที่กักเก็บคาร์บอนในระดับสูง (high-carbon stock)

22. การผลิตวัสดุชีวภาพ (biomaterials) เป็นไปตามหลักการ 12 ข้อ ของ Roundtable on Sustainable Biomaterials (RSB)

23. การชดเชยก๊าซเรือนกระจก (CO2 compensation) ได้รับการรับรองตามมาตรฐานระดับสากล 

24. บริษัทไม่มีส่วนในการล็อบบี้ (พยายามส่งอิทธิพลต่อการตัดสินใจของผู้ดำเนินนโยบายหรือหน่วยงานกำกับดูแล) ซึ่งมีเป้าหมายทำให้นโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอ่อนแอลง

25. บริษัทบูรณาการประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้าไปในนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและนโยบายปฏิบัติการของบริษัท

26. บริษัทใส่หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นเงื่อนไขในสัญญาที่ลงนามกับผู้รับเหมาช่วงและคู่ค้า

ขอบคุณสำหรับความคิดเห็น

ส่งข้อความของคุณเรียบร้อย

×